Trend Following (เทรดตามเทรนด์) - กลยุทธ์การลงทุนที่นักเทรดต้องรู้
หน้าหลัก/กลยุทธ์การเทรด/Trend Following (เทรดตามเทรนด์) - กลยุทธ์การลงทุนที่นักเทรดต้องรู้
กลยุทธ์การเทรด

Trend Following (เทรดตามเทรนด์) - กลยุทธ์การลงทุนที่นักเทรดต้องรู้

12 พฤศจิกายน 2568
อ่าน 15 นาที
โดย Forex Investment Team

Trend Following หรือ การเทรดตามเทรนด์ คือกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นการเข้าซื้อขายตามทิศทางของตลาดที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ โดยหลักการพื้นฐานคือ "The Trend is Your Friend" หรือ "เทรนด์คือเพื่อนของคุณ" นักเทรดจะพยายามจับจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคากำลังขึ้น และขายเมื่อราคากำลังลง

กลยุทธ์นี้ไม่ได้พยายามทำนายว่าตลาดจะกลับตัวเมื่อไหร่ แต่จะเน้นการ "ติดตาม" และ "ทำตาม" ทิศทางของตลาดที่เกิดขึ้นจริง

ทำไมต้อง Trend Following?

ข้อดีของการเทรดตามเทรนด์

ความเรียบง่าย - ไม่ต้องทำนายตลาด แค่ติดตามทิศทางที่เกิดขึ้นจริง

ใช้ได้กับทุกตลาด - หุ้น, Forex, สินค้าโภคภัณฑ์, คริปโต

กำไรไม่จำกัด - เมื่อเทรนด์แรง สามารถทำกำไรได้มาก

ควบคุมความเสี่ยงได้ดี - มี Stop Loss ที่ชัดเจน

เหมาะกับผู้เริ่มต้น - กฎเกณฑ์ง่ายต่อการปฏิบัติตาม

ข้อจำกัดที่ควรรู้

Win Rate ต่ำ - ประมาณ 40-50% เท่านั้น

ต้องมีวินัย - ต้องตัด Loss เมื่อเทรนด์กลับตัว

ไม่เหมาะกับตลาด Sideways - ช่วงตลาดไม่มีทิศทางจะขาดทุนบ่อย

ต้องใช้เวลา - เทรนด์ใหญ่ไม่เกิดบ่อย

หลักการพื้นฐานของ Trend Following

1. ระบุทิศทางเทรนด์

ประเภทของเทรนด์

Uptrend (เทรนด์ขึ้น)

  • ราคาทำ Higher High และ Higher Low ต่อเนื่อง
  • Moving Average ระยะสั้นอยู่เหนือระยะยาว
  • ราคาอยู่เหนือ MA สำคัญ (20, 50, 200)

Downtrend (เทรนด์ลง)

  • ราคาทำ Lower Low และ Lower High ต่อเนื่อง
  • Moving Average ระยะสั้นอยู่ใต้ระยะยาว
  • ราคาอยู่ใต้ MA สำคัญ

Sideways (ไม่มีเทรนด์)

  • ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ
  • ไม่มีทิศทางชัดเจน
  • ควรหลีกเลี่ยงการเทรด

2. จังหวะเข้าซื้อขาย (Entry)

Breakout Entry

  • เข้าเมื่อราคาทะลุแนวต้านหรือแนวรับที่สำคัญ
  • รอยืนยันด้วย Volume หรือแท่งเทียนแรง

Pullback Entry

  • รอราคาปรับฐานกลับมาที่ Support ในเทรนด์ขึ้น
  • รอราคา Rebound ขึ้นมาที่ Resistance ในเทรนด์ลง
  • ความเสี่ยงต่ำกว่า Breakout

Moving Average Crossover

  • MA ระยะสั้นตัดขึ้นเหนือ MA ระยะยาว = สัญญาณซื้อ
  • MA ระยะสั้นตัดลงใต้ MA ระยะยาว = สัญญาณขาย

3. การจัดการความเสี่ยง (Risk Management)

Stop Loss

  • ใต้ Swing Low สำหรับ Long
  • เหนือ Swing High สำหรับ Short
  • ใช้ ATR (Average True Range) คำนวณระยะ Stop

Position Sizing

  • เสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของพอร์ตต่อครั้ง
  • ปรับขนาดตามความผันผวนของตลาด

Take Profit

  • ใช้ Trailing Stop ตามเทรนด์
  • ปิดบางส่วนเมื่อถึง R:R ที่กำหนด
  • ปล่อยให้กำไรวิ่งตามเทรนด์

เครื่องมือสำหรับ Trend Following

Technical Indicators ที่นิยมใช้

Moving Average และ Technical Indicators

1. Moving Average (MA)

  • SMA 20, 50, 200 สำหรับดูเทรนด์
  • EMA 12, 26 สำหรับสัญญาณเร็ว
  • Golden Cross / Death Cross

2. MACD (Moving Average Convergence Divergence)

  • สัญญาณ Crossover บนหรือใต้แนว 0
  • Divergence เตือนการกลับตัว
  • Histogram แสดงโมเมนตัม

MACD และ RSI Indicators

3. ADX (Average Directional Index)

  • วัดความแรงของเทรนด์
  • ค่ามากกว่า 25 = เทรนด์แรง
  • ต่ำกว่า 20 = ไม่มีเทรนด์

4. Bollinger Bands

  • ราคาแตะแถบบน = อาจจะแรง (Uptrend)
  • ราคาแตะแถบล่าง = อาจจะอ่อน (Downtrend)
  • Squeeze = เตรียมพุ่งแรง

5. Trendline & Chart Pattern

  • Support / Resistance
  • Channel Line
  • Triangle, Flag, Pennant Patterns

กลยุทธ์ Trend Following ยอดนิยม

1. Moving Average Golden Cross Strategy

กฎการเทรด:

  • ซื้อเมื่อ MA 50 ตัดขึ้นเหนือ MA 200
  • ขายเมื่อ MA 50 ตัดลงใต้ MA 200
  • เหมาะกับ Swing Trading หรือ Position Trading

ข้อดี: สัญญาณชัดเจน, เทรนด์ระยะยาว
ข้อเสีย: สัญญาณช้า, Whipsaw ในตลาด Sideways

2. Breakout Trading Strategy

กฎการเทรด:

  • ซื้อเมื่อราคาทะลุ Resistance พร้อม Volume
  • Stop Loss ใต้ระดับ Breakout
  • Target ด้วย R:R 1:2 หรือ 1:3

ข้อดี: จับเทรนด์ได้ตั้งแต่ต้น
ข้อเสีย: False Breakout เยอะ

3. Pullback Strategy

กฎการเทรด:

  • หาหุ้นที่อยู่ใน Uptrend แรง
  • รอราคาปรับฐานมาที่ MA 20 หรือ Fibonacci 38.2%-50%
  • ซื้อเมื่อมีสัญญาณกลับตัว

ข้อดี: R:R ดี, ความเสี่ยงต่ำกว่า
ข้อเสีย: อาจพลาดเทรนด์ถ้าไม่ปรับฐาน

4. Turtle Trading System

กฎการเทรด:

  • ซื้อเมื่อราคาทำ High ใหม่ใน 20 วัน
  • ขายเมื่อราคาทำ Low ใหม่ใน 10 วัน
  • Position Sizing ตาม ATR

ข้อดี: กฎเกณฑ์ชัดเจน 100%
ข้อเสีย: Win Rate ต่ำ แต่กำไรครั้งเดียวมาก

เทคนิคการเทรดตามเทรนด์อย่างมืออาชีพ

1. Multi-Timeframe Analysis

  • ใช้ Timeframe ใหญ่ดูเทรนด์หลัก (Daily, Weekly)
  • ใช้ Timeframe เล็กหาจุด Entry (H4, H1)
  • เทรดไปกับเทรนด์ Timeframe ใหญ่เท่านั้น

2. Wait for Confirmation

  • อย่าเข้าเร็วเกินไป
  • รอสัญญาณยืนยันจาก Price Action หรือ Indicator
  • ดีกว่าพลาดทำกว่าเข้าผิด

3. Trend Strength Filter

  • เทรดเฉพาะเทรนด์ที่แรง (ADX > 25)
  • หลีกเลี่ยงตลาด Choppy
  • เทรนด์แรง = ความน่าจะเป็นสูง

4. Let Winners Run, Cut Losers Short

  • ใช้ Trailing Stop ปล่อยกำไรวิ่ง
  • ตัด Loss ทันทีที่ราคาแตะ Stop Loss
  • กำไร 1 ครั้งควรมากกว่าขาดทุน 2-3 ครั้ง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

1. ซื้อขายกับเทรนด์ (Counter Trend)

ผิด: พยายาม Short ในเทรนด์ขึ้นแรง คิดว่าแพงแล้ว
ถูก: รอเทรนด์เปลี่ยนอย่างชัดเจนก่อน Counter

2. ไม่ใส่ Stop Loss

ผิด: หวังว่าราคาจะกลับมา Hold ขาดทุนจนพอร์ตระเบิด
ถูก: ใส่ Stop Loss ทุกครั้ง ยอมรับว่าอ่านผิดได้

3. Revenge Trading

ผิด: เทรดบ่อยหลังขาดทุนเพื่อเอาคืน
ถูก: พักเทรด วิเคราะห์ผิดพลาด กลับมาเทรดเมื่อสติดี

4. Over-Trading

ผิด: เทรดทุกวันแม้ไม่มีสัญญาณดี
ถูก: เทรดเฉพาะเมื่อมี Setup ที่ดีจริงๆ คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ

5. ขาดวินัย

ผิด: เปลี่ยนแปลงกฎกลางคัน ปิดกำไรเร็ว ตัด Loss ช้า
ถูก: ทำตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

สรุป: Trend Following เหมาะกับใคร?

เหมาะกับ:

  • นักเทรดที่มีความอดทน
  • คนที่ชอบกฎเกณฑ์ชัดเจน
  • ผู้ที่มีวินัยในการตัด Loss
  • คนที่ไม่ต้องการเทรดบ่อย
  • นักลงทุนระยะกลาง-ยาว

ไม่เหมาะกับ:

  • คนที่ต้องการ Win Rate สูง
  • นักเทรดที่ขาดความอดทน
  • คนที่ไม่มีวินัยตัด Loss
  • ผู้ที่ต้องการกำไรทุกวัน
  • นักเทรดที่ชอบ Scalping

เริ่มต้น Trend Following อย่างไร?

ขั้นตอนสำหรับมือใหม่

1. เรียนรู้พื้นฐาน

  • ศึกษา Price Action และ Chart Patterns
  • ฝึกระบุเทรนด์จากกราฟจริง
  • เข้าใจหลักการจัดการความเสี่ยง

2. เลือกกลยุทธ์

  • เริ่มจากกลยุทธ์ง่ายๆ เช่น MA Crossover
  • ทดสอบ Backtest ด้วยข้อมูลย้อนหลัง
  • ปรับแต่งให้เหมาะกับสไตล์ตัวเอง

3. ฝึกฝนใน Demo Account

  • เทรดด้วยเงินจำลองอย่างน้อย 3-6 เดือน
  • บันทึก Trading Journal
  • วิเคราะห์ว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล

4. เริ่มเทรดจริง

  • เริ่มด้วยเงินน้อยๆ
  • เสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อครั้ง
  • เพิ่มเงินเมื่อผลลัพธ์สม่ำเสมอแล้ว

5. พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • ติดตามผลการเทรด
  • ปรับปรุงกลยุทธ์
  • อ่านหนังสือและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Trend Following ใช้ได้กับทุกตลาดจริงหรือ?
A: ใช่ ใช้ได้กับหุ้น Forex คริปโต สินค้าโภคภัณฑ์ แต่ต้องปรับพารามิเตอร์ให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละตลาด

Q: ต้องดูกราฟทั้งวันไหม?
A: ไม่จำเป็น Trend Following เหมาะกับการเทรดในไทม์เฟรมใหญ่ อาจดูแค่วันละครั้งก็ได้

Q: Win Rate ต่ำแล้วจะรวยได้ไหม?
A: ได้ ถ้า R:R ดี ชนะครั้งเดียวได้มาก พอชดเชยเวลาแพ้ได้

Q: ใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะเริ่มได้?
A: แนะนำอย่างน้อย 10,000-50,000 บาท เพื่อจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

Q: ต้องใช้โปรแกรมอะไรบ้าง?
A: TradingView, MetaTrader, หรือแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่ก็เพียงพอ


Trend Following คือกลยุทธ์ที่ทรงพลังและพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริงในทุกตลาด หากคุณมีวินัย อดทน และยอมรับว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่จะชนะ แต่เมื่อชนะจะชนะแบบมีค่า นี่อาจเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับคุณที่สุด

เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และอย่าลืมว่าการเทรดสำเร็จต้องใช้เวลา ไม่มีทางลัด แต่ถ้าคุณทำถูกต้องและสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ระยะยาวจะคุ้มค่าอย่างแน่นอน

จำไว้เสมอ: "The Trend is Your Friend Until It Ends" 📈

บทความที่เกี่ยวข้อง

MACD สัญญาณเข้า–ออกที่มือใหม่ควรรู้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง
กลยุทธ์การเทรด

MACD สัญญาณเข้า–ออกที่มือใหม่ควรรู้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

เรียนรู้วิธีใช้ MACD (Moving Average Convergence Divergence) หาสัญญาณเข้า-ออกที่แม่นยำ พร้อมเทคนิค Signal Line Crossover, Histogram และ Divergence สำหรับมือใหม่

16/11/2568
10 นาที
MACD สัญญาณเข้า–ออกที่มือใหม่ควรรู้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง
กลยุทธ์การเทรด

MACD สัญญาณเข้า–ออกที่มือใหม่ควรรู้ เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง

เรียนรู้วิธีใช้ MACD (Moving Average Convergence Divergence) หาสัญญาณเข้า-ออกที่แม่นยำ พร้อมเทคนิค Signal Line Crossover, Histogram และ Divergence สำหรับมือใหม่

16/11/2568
10 นาที
RSI ใช้อย่างไรให้จับจุดกลับตัวได้แม่น? เคล็ดลับที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้จริง
กลยุทธ์การเทรด

RSI ใช้อย่างไรให้จับจุดกลับตัวได้แม่น? เคล็ดลับที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้จริง

เรียนรู้วิธีใช้ RSI (Relative Strength Index) ให้จับจุดกลับตัวได้แม่นยำ พร้อมเทคนิคแบบมือโปรที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้จริง

16/11/2568
10 นาที
Forex Investment

การซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศ (Forex) และตราสารอนุพันธ์ต่าง ๆ มีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน เนื่องจากอาจทำให้เกิดการขาดทุนที่มากกว่าทุนเริ่มต้นได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า วิธีการทำงานของตลาด ความเสี่ยงในการลงทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

© 2024 Forex Investment. All rights reserved.